spoonbill****** เปรู ไม่ไปไม่รู้ ตอน 1 Machu Picchu& Albra Malaga *******
2011-09-11 08:55:14  124.120.250.143

เปรู...การเดินทางดูนกครั้งนี้ เป็นที่สุดของที่สุดในชีวิตหลายประการของหนูปูนบิล

เดินทางไกลและยาวนานที่สุด...จากกรุงเทพ บินไปอัมสเตอร์ดัม 12 ชม. รอต่อเครื่องอยู่ในสนามบิน 6 ชม. แล้วบินต่อไป ลิม่าเมืองหลวงของเปรูอีก 12 ชม. รวมเวลาเดินทาง 30 ชม.

เป็นทริปดูนกยาวนานที่สุด จำนวนชนิดนกมากที่สุด เหนื่อยที่สุด 6-23 เม.ย 2011 รวมเวลาเดินทางก็ 17 วัน แถมเหนื่อยได้ทุกวัน ตั้งแต่เช้ามืดยันค่ำ ไกด์แต่ละคนขยันสุดๆ เรียกว่าหานกดูกันตลอดเวลา ยกเว้นตอนนอนเท่านั้น ลิสต์นกรวม มากกว่า 350 ชนิด นกใหม่ 99%

หมดตัวมากที่สุด..... งานนี้มีหกหลัก เฉพาะค่าเครื่องบินอย่างเดียวก็ราว 7 หมื่นกว่าบาทแล้วพี่น้อง...งานนี้ถ้าแม่รู้ แม่ตีตาย
back to top
แร่ดน้อยระเริงไพร
 2011-09-11 09:19:23  65.49.68.162  [1]
นึกว่าจะเก็บไว้ดูคนเดียวแระ

ให้ไวเลยนะคุณพี่ งานนี้คงจะหลายตอนจบ จะคอยมากระตุ้นไม่ให้เหงานะครับ

แต่จะว่าไปแล้วคุ้มนะพี่ นกตกชนิดละ 285 บาทเอง ถือว่าถูกมาก
back to top
ป้าพักจัง
 2011-09-11 09:31:37  58.9.190.179  [2]
น่าอิจฉาสุดๆ นู๋ปูนจะนับลิตส์นกทั่วโลกที่เจอมาแล้วถ้วนมั้ยอ่ะ ป่านนี้คงปาไปสี่ซ้าห้าพันแล้วมั้งเนี่ย

ให้ไวๆๆๆๆๆ เลยจ้ารอดูพร้อมหยดน้ำคลอตา
back to top
ชาย
 2011-09-11 11:14:58  182.232.201.190  [3]
ถ้าเป็นสัตว์ที่ตายแล้ว ป่านนี้กระดูกก็คงเกือบไม่เหลือแล้วครับคุณพี่
แต่คุณน้องก็รอดูอยู่น้า
back to top
silk
 2011-09-11 11:36:30  210.246.188.232  [4]
มารอดูอยู่นะคะ พี่ปูน
back to top
spoonbill
 2011-09-11 13:28:03  124.120.250.143  [5]

กลับมาประจำการแล้วจ้า........ หนูปูนกะว่า ทริปเปรูนี่ จะเอาแบบสั้นกระชับ ยาวไม่ไหว งานหน้ารออยู่

น้องแรด,น้องชาย ป้าพัก น้องซิลค์... กะว่าวันอาทิตย์นี่คงไม่มีใครมานะนี่

เรื่องเปรูนี่ เรื่องมันเยอะ รูปก็แยะ ขนาดหายไปตั้งครึ่ง กว่าจะปั้นอารมณ์ได้นี่ ไม่ใช่เหลือกระดูกนิดหน่อยหรอกน้องชาย พี่ว่าคงกลับชาติไปเกิดแล้วละ


ปูพื้นเล็กน้อย ทริปเปรูครั้งนี้ นำโดย อ.โทรกอนแห่ง Thairaptor Group มีสมาชิกกระเป๋าหนา รวม 10 คน มีใครเป็นใคร ดูรูปนี้เอานะเจ้าคะ

เอเยนต์ทัวร์ที่เปรู คือ Kolibri Expeditions ใครอยากรู้ว่าค่าทริปเท่าไหร่ กระซิบมาตามสายนะเจ้าคะ หนูกลัวแม่มาเปิดกระทู้หนูอ่านนะคะ
back to top
spoonbill
 2011-09-11 14:10:30  124.120.250.143  [6]

เอาละเร่เข้ามา หนังกลางแปลงโรงน้อยๆเริ่มเปิดฉายแล้ว เตรียมยาอม ยาลม ยาหม่องให้พร้อม

Day 2 : หลังจากเดินทางอย่างทรหดด้วยสายการบิน KLM 30 ชม. เราก็บินมาถึง Lima เมืองหลวงของเปรู ตอนเย็นๆ Mr. Victor ตัวแทนของบริษัท ก็เอารถตู้สุดหรูมารับเราที่สนามบิน แล้วพาเราขับวนเวียนไปมา จนมาถึงโรงแรมเล็กๆชื่อ Mami Panchita นอนพักเจ้าค่า เวลาที่เปรูนี่ต่างจากบ้านเรา 12 ชม.พอดิบพอดี

Day3 : หลังอาหารเช้า เราดูนกกันหน้าโรงแรมนิดหน่อย ยังไม่มีโอกาสเอากล้องมาถ่าย ผ่านไปก่อน แล้วก็ไปสนามบิน เพื่อบินต่อไปเมือง Cusco ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเปรู เป็นเมืองที่ใครจะมาเที่ยวมาชูปิชู ต้องบินมาที่คะ

Cusco (also spelled Cuzco) is a city in southeastern Peru, near the Urubamba Valley (Sacred Valley) of the Andes mountain range. It is the capital of the Cusco Region as well as the Cusco Province.

เอาแผนที่มาดูกันหน่อย ทริปนี้เป็นทริปดูนกทางตะวันออกเฉียงใต้ของปรู โดยเริ่มดูนกที่ๆสูงราวๆ 3500-4500 เมตรก่อนในตอนแรก แล้วค่อยลงไปที่ระดับกลางๆ ที่ Manu Road แล้วลงป่าต่ำที่ความสูง 300 เมตร เรียกว่าครอบคลุมทุกระดับความสูงเลทีเดียว


back to top
spoonbill
 2011-09-11 14:20:04  124.120.250.143  [7]

จาก Lima-Cusco ใช้เวลาบินราวๆ 1 ชม.ก็ถึงแล้ว ที่สนามบิน ไกด์ Percy มารับ ระหว่างที่จัดของขึ้นรถ เราก็ช็อปปิ้งกันไป
back to top
spoonbill
 2011-09-11 14:21:52  124.120.250.143  [8]

ข้าวของน่าซื้อ ผันเงินกันไปคนละนิดละหน่อย
back to top
spoonbill
 2011-09-11 14:24:46  124.120.250.143  [9]

ปล่อยอาจารย์ต้นแกคุยกับไกด์เพอร์วี่ไป เราก็ชื่นชมเข้าของกันไป
back to top
spoonbill
 2011-09-11 14:29:32  124.120.250.143  [10]

เค้ามีลูกอมชาโคคามาขาย มีสรรพคุณช่วยแก้โรคที่สูงด้วย แต่ไม่ยักกะมี อ๊อกซิเจนขาย

ที่ cusco นี่สูงราว3300 เมตร พวกเรายังไม่มีใครมีอาการโรคที่สูงปรากฏ
back to top
spoonbill
 2011-09-11 14:33:41  124.120.250.143  [11]

หิว หิว หิว ไกด์เพอร์ซี่ รีบพาเราไปยัง Downtown ของเมืองคุสโค ซึ่งมีโบสถ์ โบราณสถานสวยๆ แต่ก่อนอื่น กองทัพต้องเดินด้วยท้องจร้า

ร้านอาหารดูดี หน้าตาท่าทางอาหารคงอร่อย
back to top
spoonbill
 2011-09-11 14:35:04  124.120.250.143  [12]

หม่ำ หม่ำ หม่ำ
back to top
spoonbill
 2011-09-11 14:36:41  124.120.250.143  [13]

อิ่มแล้ว ก็เที่ยวชมเมืองหน่อยนะคะ
back to top
spoonbill
 2011-09-11 14:38:01  124.120.250.143  [14]


back to top
spoonbill
 2011-09-11 14:39:44  124.120.250.143  [15]

แตงโมหวานอร่อย สู้บ้านเราได้สบาย
back to top
spoonbill
 2011-09-11 14:43:43  124.120.250.143  [16]

Window shopping เสียหน่อย

กว่าจะออกจากเมืองคุสโคได้ก็บ่ายสองโมงแล้ว จุดหมายข้างหน้าของเราคือ ทะเลสาป Huacarpy จุดดูนกเป็นเรื่องเป็นนราวจุดแรกของคณะเราเสียที จะหมดวันที่สามอยู่แล้ว
back to top
spoonbill
 2011-09-11 15:09:46  124.120.250.143  [17]

Huacarpy Lake เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำบนความสูง 3300 เมตร หน้าตาเป็นแบบนี้


back to top
spoonbill
 2011-09-11 15:15:17  124.120.250.143  [18]

นกเป้าหมายของเราที่นี่ เป็นนกฮัมมิ่งเบิร์ดที่ชื่อ Beard Moutaineer ฮัมมิ่งเบร์ดเครางาม

แต่นกตัวแรกที่เราเห็นกลับเป็นเหยี่ยวปีกแหลมหายาก Aplomado Falcon

เย้!!!!! ในที่สุดก็มีรูปนกตัวแรกของทริปแล้ว ถึงจะเป็นเหยี่ยวก็เหอะ
back to top
spoonbill
 2011-09-11 15:23:00  124.120.250.143  [19]

พื้นที่ชุ่มน้ำแบบนี้ ต้องมีบรรดานกน้ำ อย่างน้องเป็ดบ้างสิน่า ถึงจะไม่ใช่นกเป้าหมาย เราเจอเป็ดหลายชนิด ทั้ง Puna,Cinamon,Spectacled Teal,Yellow-billed Pintail นอกจากนั้นก็พวกนกน้ำอย่าง Andean Coot
back to top
spoonbill
 2011-09-11 15:34:13  124.120.250.143  [20]

นางนวล Andean Gull

เราจะได้เห็นชื่อ Andean อีกหลายหน เพราะตอนนี้ เราอยู่บนที่สูงทางฝั่งตะวันออกของเทือกเขาแอนดีส ฝั่งนี้เป็นฝั่งที่รับความชื้น พื้นที่จึงเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์อย่างที่เค้าเรียกว่า Cloud Forest

ส่วนฝั่งตะวันตก ซึ่งโดนเทือกเขาแอนดีสกั้นความชื้นเอาไว้ ก็กลายเป็ฯพื้นที่แห้งแล้งแบบทะเลทราย

เปรูเป็นประเทศที่มีจำนวนชนิดของนกมากที่สุดเป็นลำดับสองของโลก จำนวน 1,822 ชนิด รองจากประเทศโคลอมเบียที่มีนก 1,871 ชนิด และลำดับที่สาม ตกเป็นของประเทศบราซิล จำนวน 1,777 ชนิด (ประเทศไทย จัดอยู่ลำดับที่ 17 จำนวนนก 1,000 ชนิด ไม่ขาดไม่เกิน นับว่าไม่น้อยหน้าประเทศใด( ดร.ไชยยันต์ เกสรดอกบัว)
back to top
spoonbill
 2011-09-11 16:35:29  124.120.250.143  [21]

นกอเมริกาใต้นี่ ชื่อสกุลไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตาเอาเสียเลย เรียกว่าไม่ค่อยรู้จักดีกว่า

คุ้นๆหูก็ Hummingbird ,Woodpecker,Flycatcher

แต่ที่ไม่คุ้นหูเอาเสียเลย แบบร้องแบ๊ะๆนี่มีเยอะ เช่น Tyrant,Cotinga,Tinamou,Scythebill,Tanager เป็นต้น

เรียกว่ามีนกเยอะ แต่เป็นนกใหม่เกือบหมด เวลาเจอนก ก็ได้แต่ร้องนกๆ เพราะไม่รู้ว่ามันเป็นกลุ่มไหน ยิ่งทำให้การดูนกเหนื่อยไปอีกหลายเท่า ที่เหนื่อยสุดก็เป็นไกด์ที่ต้องคอยบอกเราซ้ำแล้วซ้ำอีก

นกตัวนี้พี่หมอ Pygmy Wren เป็นคนตาดี เห็นคนเดียว ทำเอาหนูร้องหือ หือ เพราะว่ามันสวย อยากเจอง๊ะ Many colored Rust Tyrant

รูปนี้พี่ซีวิดถ่ายได้ ตอนที่อยู่เที่ยวดูนกต่ออีก 3 วัน อิจฉาอย่างแรงเลย
back to top
spoonbill
 2011-09-11 16:44:41  124.120.250.143  [22]

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด ในที่สุดหนูก็ได้เห็น ฮัมเมอร์ตัวแรกในชีวิตถึงจะไม่ใช่เจ้าเครางาม หนูก็มีความสุขสุดๆ

Sparking Violetear ฮัมเมอร์หูสีม่วง ตอนที่เจอนะ แสงไม่ค่อยมีแล้ว เราเลยไม่ได้เห็นสีระยิบระยับตามแบบฮัมมิ่งเบิร์ด ยามโดนแสง

รูปนี้ ถ่ายที่จุดอื่น แต่เอามาให้ดูกันเลย แบบว่ามันเห่อนะ ทริปนี้เราเห็นอัมมิ่งเบิร์ด 35 ชนิด จาก 121 ชนิดเชียว

ใครเป็นพวกขี้อิจฉา เร่เข้ามาเลย ยังมีฮัมเมอร์อีกหลายชนิดรออยู่
back to top
spoonbill
 2011-09-11 16:53:05  124.120.250.143  [23]

ไกด์เพอร์ซี่คอยกระตุ้นเราเป็นระยะๆ ว่าเวลาหมดแล้ว เราต้องรีบเดินทางไปเพื่อขึ้นรถไฟต่อ เพื่อไปยังเมือง Aquas Calientes เมืองด่านหน้าของมหาวิหาร มาชูปิชู

เราเลยต้องจำใจลาจาก มีเวลาที่ทะเลสาบฮัวคาร์ปายแค่ 2 ชม. เท่านั้น

เอาเป็ด Speckled Teal ไปดูอีกสักรูปก็แล้วกัน
back to top
spoonbill
 2011-09-11 16:57:37  124.120.250.143  [24]

ฝากไว้ก่อนนะพ่อเครางาม Bearded Moutaineer ( รูปโดย Rob Nattegaal )
back to top
spoonbill
 2011-09-11 17:13:55  124.120.250.143  [25]

จากทะเลสาบฮัวคาร์ปาย เราไปยังเมือง Olantambu เพื่อขึ้นรถไฟไปยังเมือง Aquas Calientes

ด้วยความที่มัวแต่โอ้เอ้ดูนก เราเกือบขึ้นรถไฟไม่ทัน เรียกว่าพอเหยียบขึ้นรถไฟ เสียงแก๊งๆ ก็ดังขึ้น 1 ทุ่มตรง รถไฟออกพอดี

รถไฟสายนี้ใช้เวลา ชม.ครึ่ง มีน้ำและ อาหารว่างแจกด้วย แต่ไม่อร่อยเลย

เรามาถึงเมือง Aquas Calientes ราว 2ทุ่มครึ่ง ฝนตกปรอยๆ เราต้องเดินเข็นกระเป๋ษขึ้นเนินไปราวๆ 30 นาทีกว่าจะถึงโรงแรมที่พัก ทางเดินเป็นทางเล็กๆ ปูหิน ก็พอได้เหนื่อยหอบกัน
back to top
spoonbill
 2011-09-11 17:31:36  124.120.250.143  [26]

บรรยากาศบนรถไฟ Peru Rail เขาว่ากันว่าเส้นทางรถไฟสายนี้ สองข้างทางสวยเชียว รถไฟก็มีหลังคาแบบกระจก Sunroof

เสียดายที่เราไม่มีโอกาสได้ชมวิวสวยๆที่เขาร่ำลือกัน เพราะเราเดินทางกลางคืนทั้งขาไป และกลับ เพื่อประหยัดเวลา ก็โปรแกรมนี้นะ เค้าต้อง 21 วัน เราบีบเหลือแค่ 17 วัน ทุกอย่างก็เลยต้องบีบสุดๆ แบบไม่ต้องหายใจทีเดียว เรียกว่าเสียเงินไปเหนื่อยทุกเม็ดแท้ๆพี่น้อง
back to top
อารียา
 2011-09-11 17:37:38  110.77.138.96  [27]
เกาะจอ รอตอนต่อไปค่ะ
back to top
นกแสงตะวัน
 2011-09-11 18:15:02  124.120.238.20  [28]
ใจเต้นตุ้บๆๆๆๆ มาร่วมฉลองนกใหม่ด้วยคน
back to top
spoonbill
 2011-09-11 18:29:20  124.120.250.143  [29]

Day4: เช้านี้เราเดินดูนกเลยบแม่น้ำ Rio Urubamba เริ่มต้นทีหลังโรงแรมกันตั้งแต่เช้าตรู่ ถึงแม้นเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน

เช้าวันนี้มีฝนปรอยๆ แต่เหล่านกทั้งหลายก็ตื่นออกมาหากินกันแล้วอย่างคึกคัก ทำเอากระเหรี่ยงจากเมืองไทยคึกคักตามไปด้วย

นกตัวเล็กๆที่มาหากินริมฝั่งแม่น้ำตรงข้าม เป็นเบิร์ดเวฟที่มีนกสีเจ็บๆพวก Tanager นกปรอดแปลงที่มีสีฉุดฉาดบาดใจ

เช่นจ้าตัวนี้ Saffron-crowned Tanager
back to top
spoonbill
 2011-09-11 18:35:27  124.120.250.143  [30]

ไม่ได้มาชนิดเดียว พาเพื่อนมาด้วย Beryl-spangled Tanager ตัวนี้ ตัวขวาที่อกเป็นลายจุดๆนะเจ้าคะ

น้องอารียา...ตอนแรกยังไปไม่ถึงไหนเลยคะ ว่าจะเอาแบบกระชับพื้นที่ แต่มันชักย้วยๆยังไงก็ไม่รู้ละ

น้องนกแสง....คงต้องใจเต้นตุ๊บๆตลอดแน่เลยคะ เพราะเป็นนกใหม่เกือบทุกชนิด
back to top
spoonbill
 2011-09-11 18:59:36  124.120.250.143  [31]

นกฮัมมิ่งเบิร์ดตัวใหม่ก็มาหากินอยู่บริเวณเดียวกัน

Green-and-white Hummingbird ตัวเล็กนิดเดียวเท่าหัวแม่โป้ง ขนาดแค่ 10 ซม.เท่านั้น

อ.ไชยยันต์ได้เขียนลงในคอลัมพ์ประสานักดูนกไว้ หนูปูนขอลอกมาให้เพื่อนๆอ่าน ประดับความรู้เกี่ยวกับนกฮัมมิ่งเบิร์ดสักหน่อยนะคะ

นกฮัมมิงเบิร์ดเป็นขนาดเล็กลำดับต้นๆ บนผืนพิภพนี้ ด้วยน้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กรัม เบากว่าเหรียญห้า และลำตัวยาวไม่กิน 10 ซม. น่าขันที่มีนกฮัมมิงเบิร์ดยักษ์ (Giant Hummingbird) ที่เป็นฮัมเมอร์ ขนาดใหญ่สุดในโลกแต่ตัวเล็กแค่ 20 ซม. ใหญ่กว่านกกระจอกไม่กี่มากน้อย! คงน่าขันซ้ำสองอีกว่าถ้าลำดับสายเลือดและสาแหรก ด้วยโครงสร้างกายวิภาคทั้งภายในและภายนอกตัว เช่น กล้ามเนื้อ ตีนเป็นอาทิ เจ้าฮัมเมอร์สุดสวยหลากสีกว่า 200 ชนิด จะนับญาติกับนกแอ่นหรืออีแอ่น (swift) เรียกกันตามประสาชาวบ้าน นกกินแมลงที่รูปลักษณ์คล้ายนกนางแอ่น (swallow) อันอีแอ่นนั้นแทบจะชั่วชีวิต (ยกเว้นเพียงทำรังเลี้ยงลูก) ไม่ว่าจะหากิน เล่นน้ำ ผสมพันธุ์หรือแม้แต่หลับพักผ่อน (กลางอากาศ!) จะอาศัยร่อนเร่บนฟากฟ้ามากกว่าเกาะพักบนขอบรังและชุดขนจืดชืดทึมๆ ด้วยสีดำและสีเทา
back to top
spoonbill
 2011-09-11 19:06:57  124.120.250.143  [32]

และอีกชนิดที่หน้าตาราวกับฝาแฝด White-bellied Hummingbird ถ้าไม่ได้ไกด์เพอร์ชี่บอก หนูว่ามันเป็นชนิดเดียวกันแหง๋ๆ

ต่อเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเจ้าฮัมเมอร์อีกหน่อยนะคะกันอีกหน่อยนะคะ

เห็นตัวเล็กจิ๋วแค่นี้ก็อดทนทรหด ไม่แพ้นกตัวใหญ่ยักษ์ นกฮัมมิงเบิร์ดแพร่กระจายพันธุ์ในถิ่นอาศัยที่หลากหลายมากไม่ต่างจากนกวงศ์อื่นๆ ตราบใดที่มีไม้ดอกผลิตน้ำหวานไว้เผื่อแผ่เป็นอาหารหลัก จึงพบได้ตั้งแต่เขตอบอุ่นเกือบประชิดทุ่งหญ้าขั้วโลกเหนือในทวีปอเมริกาเหนือ ผ่านป่าดงดิบ เทือกเขาสูงจรดทุ่งหญ้าในทวีปอเมริกาใต้ จากฟ้าจรดดิน ฮัมเมอร์น้อยบางชนิดทนทายาทเลือกอาศัยอยู่บนทุ่งหญ้าชื้นแฉะ (Puna) เหนือยอดเขาสูงกว่า 3,000-4,000 เมตรที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี เช่น Hillstar Hummingbird และลงต่ำมาถึงที่ราบระดับน้ำทะเล ปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง คือ ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ของดอกไม้ “โรงอาหาร” ที่เอื้อให้ฮัมเมอร์ทนต่อสภาพอากาศสุดเอ็กซ์ตรีมสุดๆ ใช้ชีวิตอยู่รอดผ่านไปแต่ละวันได้อย่างสบาย เพียงแค่วนเวียนคอยเฝ้าดงดอกไม้ในอาณาเขตของตน ไม่ให้นกตัวอื่น ชนิดอื่นร่วมสกุล หรือร่วมวงศ์เข้ามาป้วนเปี้ยนแบ่งปันอาหารล้ำค่าเช่น น้ำหวาน ก็มีกินไปได้แทบจะตลอดปี เนื่องจากไม้ดอกมากชนิดในป่าดิบ หรือแม้แต่บนดอยสูง เบ่งบานเกือบจะตลอดทั้งปี ไม่ได้มีฤดูกาลบานเฉพาะช่วงเช่น เขตอบอุ่น ในทางกลับกัน ไม้ดอกที่ทำตัวเสมือนโรงงานผลิตอาหารสะดวกซื้อ สะดวกกินให้ฮัมเมอร์ ก็พลอยรับผลตอบแทน จากกามเทพตัวน้อยๆที่ทำหน้าที่เสมือนพ่อสื่อแม่ชัก นำพา “ความรัก” ระหว่างไม้ดอกเพศผู้ และเพศเมียผ่านทางละอองเกสรให้มาแนบชิดสนิทใกล้กันจนเกิดการผสมพันธุ์ ผลิดอกออกผล เผยแพร่เผ่าพันธุ์ของไม้ดอกนั้นๆ ให้ยืนยาวต่อกัน
back to top
spoonbill
 2011-09-11 19:11:09  124.120.250.143  [33]

น่ารักนัก จัดไปอีกรูป White-bellied Hummingbird นกเปรูนี่ค่อนข้างเชื่องนะคะ ให้ความร่วมมือสุดๆ

เมื่อความจำเป็นในการมีชีวิตรอด สอดประสานกับการมีอยู่ของแหล่งอาหารที่ต้องแข่งขันแย่งชิง การคัดเลือกทางธรรมชาติผ่านทางวิวัฒนาการจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อให้นกฮัมมิงเบิร์ด สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากน้ำหวานที่มีอยู่มากมายเกลื่อนกลาด หากมีไม้ดอกผลิบาน อีกทั้งต้องสิ้นเปลืองพลังงานน้อยลง ตักตวงได้เต็มที่และมากกว่าเพื่อนร่วมสกุล ผลที่ตามมาคือ ลักษณะทางกายวิภาคของลิ้น ความสั้นยาว และรูปทรงของจะงอยปาก เพื่อสัมพันธ์กับรูปทรงและความลึกของดอกไม้ ที่ต้องยื่นจะงอยปากล้วงลึกเข้าไปภายในโพรงดอก เพื่อดูดซับน้ำหวานอันน้อยนิด แต่มากพอสำหรับนกตัวจิ๋ว หลักฐานเชิงประจักษ์จากผลแห่งการวิวัฒน์ของนกฮัมมิงเบิร์ด จึงเห็นได้ชัดจากจะงอยปาก สั้นยาวไม่เท่ากัน บางชนิดยื่นยาวแล้วเชิดขึ้นเล็ก บางชนิดยาวตรงถึงขนาดยาวกว่าหัว ลำตัวและหางของนกบวกกันเสียอีก เช่น swordbill hummingbird หรือโค้งเรียวดุจเคียวเกี่ยวข้าว เช่น sicklebill เนื่องจากดอกไม้หลากชนิดมีทั้งดอกสั้น ดอกยาว ดอกแคบเป็นพวงมีรูให้สอดจะงอยปากเข้าไปดูดน้ำหวานได้เล็กมาก ดังนั้นฮัมเมอร์แต่ละชนิดจะมีดอกไม้สุดโปรดไม่กี่ชนิดไปโดยปริยาย ด้วยความสัมพันธ์เชิงเกื้อหนุนแบบนี้ ต่อให้มีนกแปลกหน้าพลัดถิ่นชนิดอื่นๆ มาแย่งดูดก็คงดูดไม่เก่งเท่า เนื่องจากโครงสร้างจะงอยปาก ไม่สมกับรูปลักษณ์ของดอกไม้ที่เหมาะกับนกเจ้าถิ่นมากกว่า



back to top
spoonbill
 2011-09-11 19:26:59  124.120.250.143  [34]

พัวพันอยู่กับเหล่าเวฟนกหลังโรงแรมอยู่นาน ยังมีนกหลายชนิดที่ถ่ายไม่ได้ หรือรูปหายไปกับการ์ดที่กู้มาได้แค่ 50% ก็ไม่แน่ใจ

แล้วเราก็ค่อยๆเคลื่อนพลเดินเลียบลำธาร ไปสู่แม่น้ใหญ่ไหลเชี่ยวกราก สีขุ่นคลัก Rio Urubamba เพื่อตามหานกเป้าหมายตัวต่อไป
back to top
spoonbill
 2011-09-11 19:31:33  124.120.250.143  [35]

หนูปูนเห็นน้ำที่ไหลเชี่นวกรากขนาดนี้ น้ำก็เป็นสีโอวัลติน ไม่คิดว่าจะมีเป็ดที่สวยที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ใช้เป็นที่หาอยู่หากินได้
back to top
spoonbill
 2011-09-11 19:36:36  124.120.250.143  [36]

เป็ดที่ว่านั้นคือ เป็ดธารน้ำเชี่ยว Torrent Duck ตัวผู้หน้าขาวๆแบบนี้ โดยไม่ต้องใช้แป้งกวนอิม
back to top
spoonbill
 2011-09-11 19:40:06  124.120.250.143  [37]

ส่วนตัวเมียก็สวยไม่น้อยหน้า ต่างกับเป็ดอื่นๆที่ตัวเมียมักมีสีน้ำตาลลายๆ ไม่เร้าใจเอาเสียเลย
back to top
spoonbill
 2011-09-11 19:50:58  124.120.250.143  [38]

Torrent Duck มักอยู่กันเป็นคู่ เท่าที่มีเวลาช่วงเช้าเดินเลียบแม่น้ำ หนูปูนเห็นอยู่ 2 คู่

และยังได้เห็นเค้าลงไปดำผุดดำว่ายหาอาหารด้วย นับว่าเป็นเป็ดที่แข็งแรงมากๆ ไม่รู้ต้านธารกระแสน้ำแรงขนาดนี้ได้อย่างไร เยี่ยมยอดจริงๆ
back to top
spoonbill
 2011-09-11 19:58:30  115.87.113.189  [39]

เดินต่อไปอีกหน่อย มีพี่ๆตาดีเห็นเจ้าตัวนี้ยืนอยู่ริมตลิ่ง Fascinated Tiger Heron เรียก กระสาลายเสือก็น่าจะได้นะคะ

หนูปูนเพ่งอยู่ตั้งนานกว่าจะเจอตัว อาศัยพี่ๆน้องๆช่วยกันชี้อุตลุตกว่าจะเจอตัว เฮ้อ ตาไม่ค่อยจะดี แต่อยากดูนกนิ
back to top
spoonbill
 2011-09-11 20:05:36  115.87.113.189  [40]

นกเป้าหมายอีกชนิดที่ตามหากันคือเจ้าตัวนี้คะ นกมุดน้ำกระหม่อมขาว White-capped Dipper

นกมุดน้ำนี่ ทั้วโลกมีแค่ 5 ชนิดเท่านั้น หนูปูนเห็นตัวนี้เป็นชนิดที่ 3แล้ว ต่อจาก Brown และ White-throated Dipper

ส่วนอีกสองชนิด คงตามดูไม่ไหวแล้ว เก็บไว้ดูชาติหน้าก็แล้วกัน
back to top
spoonbill
 2011-09-11 20:10:15  115.87.113.189  [41]

อ้าว ลงรูปผิดเสียแล้วนกมุดน้ำกระหม่อมขาวต้องตัวนี้ตะหาก

ส่วนรูปที่แล้วนะเป็นเหยี่ยวเทพบุตรริมทาง Road-sided Hawk ที่เจอได้บ่อยๆ
back to top
spoonbill
 2011-09-11 20:20:10  115.87.113.189  [42]

เจ้านกมุดน้ำคงสู้กระแสน้ำเชี่ยวกรากไม่ไหวกระมัง เพราะหนูปูนเห็นเค้ามาหากินอยู่ริมน้ำ ที่น้ำนิ่งๆใสๆอย่างที่เห็นในรูป
back to top
ป้าพักจัง
 2011-09-11 20:20:37  61.90.119.101  [43]
ดูไปน้ำตาไหลไปไม่รู้ตัว
back to top
spoonbill
 2011-09-11 20:23:12  115.87.113.189  [44]

เหยี่ยวปีกแหลมตัวนี้ มาเกาะสายไฟอยู่นาน ท่าทางคงพักไป มองหาเหยื่อไป American Kestrel หน้าตาน่ารักดีนะคะ
back to top
แร่ดน้อยระเริงไพร
 2011-09-11 20:25:17  218.92.18.134  [45]
น้อยใจในวาสนาเหรอครับคุงแม่ โอ๋ โอ๋ เด๋วคุงลูก เพิ่มสินสอด เป็นทริปดูนกให้แล้วกันเพื่อเรียกขวัญคุงแม่ คุงลูกจะซื้อตั๋วทัวร์ดูนกไปไม่กลับ ประเทศลิเบียให้กับคุงแม่
back to top
spoonbill
 2011-09-11 20:45:37  115.87.113.189  [46]

คุงแม่พัก...รีดสินสอดเข้า ลูกแรดอีรวย เอาเป็นเที่ยวรอบโลกสามรอบแบบทักษิณาด้วย ได้บุญด้วย

แล้วคุงแม่ก็ไม่ต้องน้ำตาไหลกรอกนะเจ้าคะ หนูปูนกำลังทำงานชดใช้กรรม โพสต์มาตั้งแต่บ่ายจรดค่ำมืด ชักเหนื่อยๆเหมือนกัน ใกล้เวลาพักผ่อนแล้วละเจ้าคะ ปูนนี้แล้ว นอนดึกนักไม่ดี เดี๋ยวเป็นไรไป จะไม่มีใครมาคอยต่อกรกะน้องแรด

นกอีกสักชนิดก่อนพักก็แล้วกัน collared Inca เป็นนกฮัมมิ่งเบิร์ดที่ปากตรงยาวมาก เสียดายไปเกาะแอบอยู่ในที่มืด แต่ย้อนแสง งงมั๊ยคะนี่
back to top
spoonbill
 2011-09-11 20:54:24  115.87.113.189  [47]

เค้าว่ากันว่า สีที่เหลือบแพรวพราวของฮัมเมอร์ยามต้องแสงนั้น มิได้มาจากเม็ดสีเหมือนนกทั่วไป แต่มาจากการหักเหของแสงที่ตกกระทบอนุภาคในเส้นขน

งงดีมั๊ยคะ ลองอ่านที่ อ.ไชยยันต์ เขียนแทนก็แล้วกันนะคะ หวังว่าคงจะไม่งงหนักเพิ่มขึ้น ถ้างงก็ไปนอนเถอะคะ เพราะหนูก็จะไปอาบน้ำนอนแล้วเหมือนกัน

คำว่า Colibri เป็นภาษาสเปนที่ใช้เรียกนกฮัมมิงเบิร์ดตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม ความงามของฮัมเมอร์อยู่ที่ขนประดับบริเวณหน้าผาก คอ และลำตัวซึ่งต่างจากขนนกทั่วไปที่เกิดจากเม็ดสี (pigment) ซึ่งไม่ว่าจะมีแสงแดดหรือไม่ สีจากเม็ดสีนั้นจะยังคงเป็นสีเดิมไม่มีเปลี่ยน เพียงแต่อาจจะสีเข้มขึ้นหรือจางลงหากคุณภาพหรือเฉดสีจะยังคงปรากฏต่อสายตาของมนุษย์เฉกเช่นเดิม แต่ขนนกฮัมเมอร์ เกิดจากความพิสดารของโครงสร้าง (structural color) ที่เกิดจากการหักเหของแสงที่ตกกระทุบตรงมุมพอดีกับอนุภาคภายในเส้นขน ดังนั้น หากแสงตกกระทุบไม่ตรงมุม สีเหลือบ (iridescent) วาววับระยิบระยับของบรรดาฮัมเมอร์หลากหลายชนิด ก็จะกลายเป็นสีจืดชืด เหมือนไม่มีสีเลยก็เป็นได้ พวกฮัมเมอร์ตัวผู้ก็นกรู้ ยามจะป้อสาวก็ทำตัวพอง ยกขนประดับชูชันรับแสงแดดให้สีระยิบระยับ ดึงดูดความสนใจของนกตัวเมีย ที่เกาะนิ่งๆ บนกิ่งไม้ รอดูว่าพ่อฮัมเมอร์ตัวไหนจะงามที่สุดก็ยอมตกร่องปล่องชิ้น ณ เวลาอันสำคัญเพื่อการสืบเผ่าพันธุ์นี้ ใช่ว่ามีฮัมเมอร์คู่เดียวเท่านั้น บรรดาหนุ่มฮัมเมอร์จะมารวมตัวกันเพื่อโชว์ความงามของตนเอง ให้ตัวเมียน้อยตัวเลือก พื้นที่นี้เรียกว่า lek ซึ่งเป็นเสมือนลานป้อสาวของฮัมเมอร์หนุ่ม
back to top
กะเต็นแคระ
 2011-09-11 22:40:57  124.120.33.130  [48]
มารอดูด้วยคน เนื้อหาเยี่ยม รูปสวยงาม กดlikeไป 3 ตัว
back to top
silk
 2011-09-12 07:54:57  210.246.188.232  [49]
เป็นภาพเปิดคณะที่สวยมากเลย เห็นแล้วยิ่งใหญ่ดีจัง ชอบมากเลยค่ะ พี่ปูน
back to top
โชย
 2011-09-12 08:41:20  203.148.239.204  [50]
จะไปเอง ก็ไม่มีปัญญา ขอบคุณพี่ปูนคร้าบ
 1  2  3  4  Next>> 
Copyright 2006  GO4GET.COM